การวิเคราะห์เยื่อใยด้วยเทคนิคถุงกรอง (Fiber analysis by filter bag technique)
การวิเคราะห์เยื่อใยด้วยเทคนิคถุงกรอง (Fiber analysis by filter bag technique)
ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับเครื่องวิเคราะห์เยื่อใยกันก่อน
เครื่องวิเคราะห์เยื่อใย ผลิตภัณฑ์ Ankom Technology ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นแบรนด์ผู้นำตลาด สำหรับเทคนิคถุงกรอง (filter bag) ที่ริเริ่มและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง เป็นเครื่องที่ถูกใช้และอ้างอิง ในมาตรฐานการวิเคราะห์ AOCS Ba 6a-05 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้อ้างอิงในปัจจุบัน
จุดเด่นของเครื่องวิเคราะห์เยื่อใยเทคนิคถุงกรอง
- สามารถทำการสกัดและกรองกากใยได้ในเวลาเดียวกัน ทำให้ตัดขั้นตอนการกรอง ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ยุ่งยากและกินเวลาในการทำงานของนักวิเคราะห์เป็นอย่างมากออกไป
- มีต้นทุนการวิเคราะห์ต่ำ สำหรับการวิเคราะห์เยื่อใยนั้นต้นทุนหลักๆจะมาจากภาชนะใส่ตัวอย่าง กล่าวคือ glass crucible สำหรับเทคนิคเดิม และ filter bag สำหรับเทคนิคถุงกรอง ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบราคาของภาชนะทั้ง 2 แบบนี้ ถึงแม้จะพิจารณาถึงจำนวนครั้งที่สามารถใช้ซ้ำได้ของ glass crucible แล้ว ต้นทุนของ filter bag ก็ยังดีกว่ามาก
- เป็นเทคนิคที่ไม่ใช้เครื่องแก้ว นักวิเคราะห์ไม่ต้องเสียเวลาในการล้าง และอบภาชนะหลังเสร็จจากการวิเคราะห์
- สามารถวิเคราะห์ได้สูงสุด 24 ตัวอย่างต่อครั้ง
- เป็นการวิเคราะห์ระบบปิด ปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงาน
หลักการทำงานของเทคนิค Filter bag
ปัจจัยที่ส่งผลต่อผลการวิเคราะห์
จากหลักการทำงานข้างต้น จะพบว่าการวิเคราะห์เยื่อใยด้วยเทคนิคนี้จะลดความผิดพลาดจากผู้วิเคราะห์ได้เป็นอย่างมาก เนื่องจากเครื่องทำงานในระบบปิด และมีขั้นตอนที่ผู้ปฏิบัติงานต้องทำด้วยตัวเองเพียงไม่กี่ขั้นตอน แต่อย่างไรก็ตามการวิเคราะห์ด้วยเทคนิคนี้ก็มีโอกาสเกิดความแปรปรวนของผลการวิเคราะห์ได้จากปัจจัยต่อไปนี้
- การอบ และการทำให้ filter bag แห้งหลังจากการสกัด ขั้นตอนนี้มีความสำคัญมาก เนื่องจาก filter bag จะสามารถดูดความชื้นจากอากาศได้ง่าย และหากเกิดการดูดความชื้นและทำให้น้ำหนัก filter bag เพิ่มขึ้นแล้ว จะส่งผลต่อค่าเยื่อใยที่คำนวณได้นั่นเอง
- ขนาดตัวอย่างเล็กเกินไปจนทำให้หลุดลอดออกจาก filter bag ในขณะการสกัด ทำให้ผลการวิเคราะห์ผิดพลาด
- การเลือกใช้ filter bag ไม่เหมาะสมกับตัวอย่าง
- การที่ไม่ใช้ถุงดูดความชื้นของ Ankom ในขณะเก็บและชั่งตัวอย่าง
- อุณหภูมิของพื้นที่ติดตั้งสูงเกินไป ทำให้สารละลายเดือดเร็วเกินไป และทำให้เกิดการสกัดที่มากเกินควร
วิธีลดปัจจัยที่ส่งผลให้การวิเคราะห์ผิดหลาด
เมื่อผู้ปฏิบัติงานมีประสบการณ์ และคุ้นเคยกับเทคนิคนี้มากขึ้น ก็จะสามารถวิเคราะห์หาสาเหตุของผลการวิเคราะห์ได้ เมื่อมีความผิดพลาดเกิดขึ้น โดยจากปัจจัยข้างต้นสามารถแก้ไขได้ดังนี้
- ทบทวนวิธีการอบตัวอย่างว่าทำให้ตัวอย่างแห้งสนิทหรือไม่ และควรเก็บตัวอย่างอย่างไรเมื่ออบเสร็จ โดยสามารถอ้างอิงคู่มือการวิเคราะห์ของ Ankom ได้
- บดตัวอย่างให้มีความละเอียดในช่วง 1-2 มิลลิเมตร สำหรับการใช้งาน filter bag รหัส F57
- หากตัวอย่างมีขนาดเล็กมากกว่า 1 มิลลิเมตรมากๆ หรือเป็นตัวอย่างชนิดเหลว หรือชนิดเปียก ควรเลือกใช้ filter bag ชนิดละเอียด รหัส F58 ซึ่งจะสามารถป้องกันการหลุดลอดของตัวอย่างได้เป็นอย่างดี ส่วนตัวอย่างขนาด 1 มิลลิเมตรขึ้นไป สามารถใช้ filter bag รหัส F57 ได้ตามปรกติ โดยเราสามารถสังเกตหลังจากการสกัดได้ว่า ตัวอย่างของเรามีการหลุดลอดออกจากถุงหรือไม่ โดยวิธีสังเกตสามารถศึกษาได้จากคู่มือการใช้งานเครื่อง
- ถุงดูดความชื้น เป็นอุปกรณ์ที่บางครั้งถูกมองข้าม เพราะอาจดูเหมือนอุปกรณ์เสริมธรรมดาๆไม่ได้มีความสำคัญมาก แต่ความจริงแล้ว ถุงดูดความชื้นเป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้ผลการวิเคราะห์แม่นยำและถูกต้อง หรือบ้างหน่วยงานมีการใช้โถดูดความชื้น หรือเครื่องดูดความชื้นไฟฟ้าทดแทน ซึ่งต้องบอกว่าถุงกรอง(filter bag) สามารถดูดความชื้นขณะเปิดโถ หรือเครื่องดูดความชื้นไฟฟ้า เพื่อนำถุงกรองไปชั้งได้อย่างง่ายดาย เช่นนั้นแล้ว ทาง Ankom จึงเน้นยำให้ผู้ปฏิบัติงานใช้ถุงดูดความชื้นเสมอ และควรหมั่นตรวจสอบว่าถุงดูดความชื้นอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
- เลือกสถานที่ติดตั้งที่อุณหภูมิไม่สูงเกินไป และเป็นจุดที่อุณหภูมิสม่ำเสมอทั้งปี ไม่เย็นและร้อนต่างกันมากเกินไปในแต่ละช่วงฤดูกาล
เมื่อผู้ปฏิบัติงานสามารถลดปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ได้ เชื่อว่าทุกท่านจะสามารถใช้งานเครื่องวิเคราะห์เยื่อใยเทคนิค filter bag ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และผลวิเคราะห์ถูกต้องแม่นยำ อย่างแน่นอน
ข้อมูลเพิ่มเติม คลิก
บทความโดย : ปัญจรุจน์ ตันติธนัยพงษ์ : ผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์
บริษัท ไซเอนซ์ บียอนด์ จำกัด